วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

องค์ประกอบสำคัญของโยคะ

ผู้ฝึกโยคะต้องคำนึงเสมอว่า โยคะนั้เป็นการผสมผสานกันระหว่างกายกับจิต ทั้งสองอย่างจะต้องสัมพันธ์กันตลอดเวลาที่ทำการฝึก Kept fit บริหารร่างกายให้ถูกต้อง เพื่อคงไว้ซึ่งสุขภาพที่ดี Balance การรักษาความสมดุลของร่างกายและจิตใจโดยวางตัวและอารมณเป็นกลางไว้ Harmony ความลงตัวกับระหว่างการฝึกกายและจิต Purify body-mind-soul มีการชำระตนเองให้บริสุทธิ์ทั้งกายจิตใจและวิญญาณ โดยยึดหลักมีศีลธรรมจรรยาสำรวมจิตใจหรือทำสมาธิ หัวใจของการฝึกโยคะ การฝึกโยคะที่ถูกต้องและให้ได้ผลนั้น ต้องฝึกแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักโหม ถ้าร่างกายสู้ไม่ไหวจะต้องหยุดพัก เมื่อร่างกายพร้อมแล้วค่อยฝึกต่อ ทั้งนี้ ทุกท่าจะต้องฝึกให้ถูกต้องตามขั้นตอนจริงๆ จึงจะประสบผล เช่น 1.หายใจแบบโยคะให้ถูกต้อง: หายใจเข้า-ท้องพอง, หายใจออก-ท้องแฟบ -สูดอากาศเข้าให้พอดีกับการฝึก - ปล่อยลมหายใจออกให้สุด เพื่อขับอากาศเสียออกมา - หายใจเข้า-ออกให้สอดคล้องกับท่าฝึกแต่ละท่า 2.ฝึกแต่ละท่าช้าๆ เป็นจังหวะ และควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายตามข้อจำกัด - ฝึกตามธรรมชาติร่างกาย อย่าฝืน เช่นยืดตัวมากเกินไป เกร็งเกินไป บิดมากเกินไป ฯลฯ 3.จิตใจเป็นหนึ่งเดียวกับการฝึก คือการสงบ ไม่วอกแวก 4.ห้ามแข่งขันกัน ห้ามพูดคุยกันระหว่างฝึก 5.อดทน ขยัน และฝึกประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3-5 ครั้ง 6.หยุดพักและผ่อนคลาย หลังฝึกจบแต่ละท่า ด้วยการนอนหงายนิ่งๆ หายใจเข้าออกช้าๆ ลึกๆ ประมาณ 8-10รอบ เพื่อคลายความตึงเคลียดของกล้ามเนื้อ และการเต้นของหัวใจให้เข้าสู่สภาวะปกติก่อนที่จะฝึกท่าต่อไป

การผ่อนคลาย

คนเราใช้พลังงานไปกับชีวิตประจำวันอย่างมากมายจนทำให้ความสามารถในการทำงานน้อยลง การทำงานและการกินอาหารและสภาพสังคมปัจจุบันรวมทั้งการพักผ่อน เช่นการเต้นรำ หรือฟังเพลงสิ่งเหล่านี้จะทำให้จิตใจได้รับการผ่อนคลาย เป็นการเพิ่มพลังให้แก่ร่างกายซึ่ในการดำรงชีวิตของเรา ร่างกายจำเป็นต้องการสร้างพลังงานส่วนหนึ่งเพื่อในวันถัดไปแต่พลังงานส่วนนี้กลับถูกใช้ในทุกเวลาไม่กี่นาทีเนื่องจากความโกรธ อารมเสีย การได้รับความบาดเจ็บ และความเครียด หากเหตุการณืเช่นนี้เกิดจนเป็นปกตินิสัย ก็จะส่งผลเสียและจิตใจ ในขณะที่ร่างกายเรากำลังผ่อนคลายจะใช้พลังงานตำมากพลังงานที่ใช้เพียงเพื่อการทำงานขั้นพื้นฐานของร่างกายดังนั้น ในการผ่อนคลายนั้นจะต้องผ่อนคลายทั่วร่างกาย จิตใจและวิญญาณการเคลื่อนไหวของร่างกายเกิดจากความคิด และความคิดก็เป็นการเคลื่อนไหวชนิดหนึ่ง อีกทั้งร่างกายที่ผ่อนคลายต้องเริ่มที่ความคิดก่อน โดยเริ่มการผ่อนคลายที่ปลายหัวแม่เท้าแล้วไล่สูงจนถึงศีษะจากนั้นร่างกายก็จะส่งสัญญาณให้อวัยวะภายในได้ผ่อนคลาย ท่าฝึกโยคะที่เหหาะสมในการผ่อนคลาย คือท่าศพ แม้ว่าจะสามารถผ่อนคลายจิตใจแต่คุณก็ยังไม่สามารถที่จะกำจัดความเคลียดได้ เพราะความวิตกกังวล ความกลัว ความโกรธอารมณ์ต่างๆ เหล่านี้จะทำให้เกิดความเครียดขึ้นมา การค้นพบอัตตาจะ เป็นแหล่งแห่งความสุข ความสงบและพลังชีวิต หากเข้าอัตตาจึงจะเป็นการผ่อนคลายที่สมบูรณ์

ข้อจำกัดในการฝึกโยคะ

การฝึกโยคะนั้นอาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บได้ ดังนั้นผู้ฝึกจะต้องปฏิบัติอย่างระมัดระวัง ๐อุ่นร่างกาย(watm-up)ต้องทำก่อนการฝึกทุกครั้ง เช่น ท่าวอร์มแขน ท่าไหว้พระอาทิตย์ ฯลฯ ๐ควรศึกษาท่าบริหารแต่ละท่าให้เข้าใจดีก่อนลงมือฝึก ๐เริ่มฝึกช้าๆแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่าเร่งอย่าฝืน ให้หยุดพักด้วยท่าผ่อนคลาย ท่าหงายจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้นจึงฝึกต่อ ๐อย่าฝึก "ท่าห้าม" (ที่มีปัญหาจากโรคประจำตัวหรือมีปัญหาเรื่องกระดูก) ๐ ถ้าไม่เข้าใจการฝึกดีพอ และอยากมีครูแนะนำ ควรหาครูฝึกที่ได้มาตรฐานและผ่านการอบรมมาอย่างดี เตรียมตัวก่อนการฝึกโยคะ ไม่ว่าเราจะทำอะไร ทั้งในชีวิตประจำวันหรือกิจกรรมพิเศษจะต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งนี้ก็ให้กิจกรรมนั้นๆ ประสบผลสำเร็จสูงสุด การฝึกโยคะก็เช่นกัน การเตรียมตัวให้พร้อมจะช่วยให้การฝึกเป็นไปอย่างราบรื่น1.ไม่กินอาหารอิ่มเกินไป ควรฝึกก่อนหรือหลังอาหารอย่างน้อย 1-2 ชม.2.ร่างกายไม่อ่อนเพลียง่าย หิวมาก หนาวมาก ร้อนมาก หรือเป็นไข้และควรขับถ่ายให้เรียบร้อยก่อนการฝึก3.สตรีมีครรภ์ตั้งแต่4เดือนขึ้นไป สามารถฝึกโยคะได้ภายใต้การควบคุมของครูฝึกที่มีประสบการณ์ และสตรีที่อยู่ในช่วงมีรอบเดือน (เฉพาะวันมามาก) ห้ามฝึก4.ผู้ผ่านการผ่าตัดไม่เกิน 6เดือนหรือผู้มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่ฝึก5.แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสบายๆเช่นเสื้อยึด กางเกงขายาว หรือขาสั้น (ชุดออกกำลังกาย)ไม่รัดแน่นจนเกินไป6.ไม่สวมแว่นตา นาฬิกาและเครื่องประดับต่างๆ7.สถานที่สะอาด และสงบ8.เวลาฝึกควรเป็นช่วงเช้าก่อนทานอาหาร ถ้าเป้นช่วงบ่าย ควรหาที่สบายๆไม่ร้อนจนเกินไป9.ฝึกท่าวอร์มร่างกายก่อนทุกครั้ง และควรทำซำ 3-5ครั้งขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละบุคล10.ถ้าเกิดอาการเจ็บปวด ให้หยุดฝึกทันที แล้วนอนหงายผ่อนคลายอาการเจ็บปวด11.ก่อนจบการฝึกทุกครั้ง ต้องจบด้วยท่าศพอาสนะ โดยให้หายใจเข้าลึก และหายใจออกยาว ๆ ทำซำ ๆ ประมาณ30-40 รอบ12.ก่อนลุกขึ้นจากท่านอนควรพลิกตะแครงตัวจากท่านอนเป็นท่านั่งทุกครั้ง ป้องกันการปวดหลัง